วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ปัญหาของโรงเรียนนักขึ้นไปอยู่บนหลังคา

        เมื่อครูอัตราจ้างย้ายไปทำให้ผมต้องย้ายมาอยู่ห้องใหม่นั้นก็คือห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน ปรกติจะเป็นน้องอัตราจ้างเป็นคนสอนคอมพิวเตอร์และก็ดูระบบคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนผมย้ายมาทีหลังถึงแม้ว่าผมจะจบทางด้านคอมพิวเตอร์มาโดยตรงแต่ก็ไม่อยากที่จะไปแย้งวิชาน้องเขาสอน ดังนั้นผมก็เลยได้ไปสอนอีกวิชาหนึ่งที่คุณครูเขาพึ่งย้ายออกไปพอดี นั้นก็คือวิชาคณิตศาสตร์ และวันนี้น้องเขาได้ไปรับตำแหน่งใหม่กับโรงเรียนใหม่แล้วดังนั้นก็เป็นผมที่จะต้องมาดูแลรับผิดชอบห้องนี้นั้นเอง  giving forward
        ปัญหาของห้องเรียนคอมพิวเตอร์ในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้นก็มีหลายอย่างด้วยกัน อย่างเช่นเครื่องคอมพิวเตอร์ชำรุดเสียหายเพราะว่าใช้งานมานาน แต่ปัญหาที่ใหญ่หลวงมากสำหรับผมเลยในตอนนี้นั้นก็คือ ปัญหานกพิราบ ที่อยู่ใต้หลังคาบริเวณที่เป็นฝ้านั้นเอง เนื่องจากอาคารที่ชำรุดเนื่องจากการใช้งานมาหลายปี ก็จะมีฝ่าหรือว่ากระเบื้องมุงหลังคาบางส่วนที่แตกหักและก็หลุดออกมา ทำให้นกพิราบนั้นสามารถที่จะบินเจ้าไปสร้างหลังอยู่ใต้อาคารได้ ซึ่งถ้าเป็นการซ่อมแซมหลังคาทั้งหมดก็คงจะต้องใช้เงินมากพอสมควร ซึ่งการที่จะได้รับการอนุมัตินั้นก็เป็นเรื่องยาก ดังนั้นผมก็เลยลองค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเล่นๆว่ามันมีวิธีการไหนอีกบ้างที่จะสามารถมาแก้ไขปัญหานี้ได้บ้าง ซึ่งก็มีทั้งการให้เอาท่อ pvc ไปแขวนไว้บริเวณที่นกนั้นบินเข้าบินออกเพื่อให้นกนั้นตกใจ หรือการเอาหนามไปวางไว้บริเวณที่นกนั้นอยู่ รวมถึงการเอางูปลอม หรือว่านกอินทรีปลอมไปวางไว้ก็มีคนเคยลองทำมาบ้างแล้ว  ซึ่งผลที่ได้นั้นก็คือนกมันก็จะกลัวแค่เพียงช่วงแรกๆเท่านั้นหลังจากนั้นมันก็จะไม่กล้วแล้ว อีกความคิดเห็นหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเขาทำจริงหรือว่าแค่เอามาโพสขำๆนั้นก็คือการทำให้นกตกใจด้วยการ จีกจ๊ะ ทำแบบนี้สองหรือสองทีแล้วนกก็จะไม่มาอีกแล้วซึ่งเขาบอกว่าเขาทำแล้วได้ผลจริงๆนกมันย้ายจากบ้านของเขาไปยังบ้านที่อยู่ตงข้ามกัน  giving forward
        แต่ตอนนี้วิธีที่อยู่ในความคิดของผมนั้นก็คือผมจะลองซื้อเจลไล่นกมาใช้งานดู เพราะด้วยความที่ผมไม่ได้ถนัดในเรื่องของงานช่างการที่จะให้ผลปีนขึ้นไปเพื่อเอาของต่างไปแขวนหรือว่าไปวางไว้บนหลังคานั้น ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสนุกหนักสำหรับผม แต่เจ้าเจลตัวนี้มันมีปืนมาให้เราเอาไว้ยิงด้วย ซึ่งน่าจะสะดวกมากกว่าแต่ว่าจะได้ผลหรือว่าไม่ได้ผลอย่างไร ก็คงต้องคอยติดตามดูกันอีกครั้งหนึ่ง


#S7Content

วันอังคารที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560

ธุรกิจการจัดฟัน



        ผมพึ่งมาจัดฟันตอนเมื่อปีที่แล้วนี่เองทั้งที่อายุเยอะแล้ว หลายคนก็ถามว่าทำไหมถึงมาจัดฟันคือความอยากที่จะจัดฟันนั้นมันมีมานานแล้วตั้งแต่สมัยเด็กๆเพราะว่าสังเกตดูว่าฟันมันซ้อนกันไม่ได้เรียงกันสวยเหมือนดาราในทีวี ซึ่งผมคิดว่าคนส่วนมากก็เป็นและน้อยคนนักที่เกิดมาแล้วฟันนั้นจะสวยเลยอาจจะมีปัญหามากบ้างน้อยบางแตกต่างกันไปแต่ส่วนมากแล้วแต่ละคนก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับฟันอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ผมก็เป็นเช่นนั้น แต่เหตุผลที่ไม่ได้จัดตั้งแต่ตอนเด็กๆก็เพราะว่ามันแพง ความจริงที่บ้านก็คงมีเงินให้จัดแหละเพราะว่าน้องชายก็จัด แต่ว่าคิดว่ามันแพงและก็ตอนนั้นก็คิดว่าเราก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปรกติก็เลยยังไม่จัด แต่พอทำงานและสามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองได้ก็เลยไปจัด  PP Inter Solution
        การจัดฟันนั้นใช้เวลานานพอสมควรอย่างของผมนี้ก็สองปีกว่าจะครบหลักสูตร และตอนนี้ก็ต้องไปหาหมอทุกเดือน และจากการสังเกตของผมก็พบว่าหมดที่ผมไปหานั้นคนเยอะตลอดเลย และเป็นคลีนิกขนาดใหญ่มีหมอหลายคนเปิดตลอดเวลาไม่ได้เปิดเฉพาะตอนเย็นเหมือนกับคลีนิกหลายๆแห่งที่ต้องรอให้หมอเลิกงานก่อนแล้วค่อยมาเปิดร้าน และการไปหาหมอแต่ละครั้งนั้นก็ใช้เวลาไม่นานเลย หมอก็จะตรวจดูความเรียบร้อยแล้วก็ให้ผู้ช่วยเป็นผู้ทำ คนเยอะมากๆเพราะว่าคนเราทุกคนก็ต่างที่จะอยากให้ตัวเองดูดีด้วยกันทั้งนั้น และนอกจากที่ๆผมไปทำแล้วก็ยังมีคลินิกหมอฟันอีกหลายแห่งนับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว จากการสอบถามจากเพื่อนที่ทำก็ทำให้รู้ว่าที่อื่นๆก็คนเยอะเหมือนกัน ทำให้รู้ว่าอุสาหกรรมนี้นั้นเป็นตลาดที่ใหญ่มากๆ เพราะด้วยความรู้สึกส่วนตัวนั้นจะรู้สึกว่าคนที่จะจัดฟันนั้นจะเป็นคนที่ยิ้มง่าย และการที่ยิ้มง่ายนี้เองก็ทำให้กลายเป็นคนที่มีเสน่ห์ บางคนจัดแล้วถึงกำหนดที่ต้องเอาเหล็กออกก็ไม่ยอมเอาเหล็กออกก็มี เพราะว่าเขาคิดว่าตอนที่เขานั้นเอาเหล็กใส่นั้นดูดีกว่าตอนที่เขานั้นเอาเหล็กออก  นอกจากการจัดฟันเพื่อให้ฟันนั้นเขารูปแล้วก็ยังมีการจัดฟันอีกรูปแบบหนึ่งนั้นก็คือการจัดฟันแฟชั่น เพื่อให้ดูเท่ห์ดูดีโดยที่ไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฟันเลย  PP Inter Solution
        ข้อที่ควรคำนึงในการจัดฟันนั้นเราควรที่จะเลือกที่จัดฟันที่น่าเชื่อถือเพราะว่าฟันนั้นถือเป็นอวัยวะที่สำคัญสำหรับเราหากว่าเสียหายไปโดยเกิดจากการจัดฟันนั้นเอาก็คงที่จะเสียใจไม่น้อยเลยทีเดียว

#S7content

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

โซเชียวเน็ตเวิร์กเหมือนดาบสองคม

    ทุกคนที่ได้อ่านโพสนี้ก็คงที่จะใช้โซเชียวเน็ตเวิร์กกันเป็นอยู่แล้วนะครับ ผมคิดว่าอินเตอร์เน็ตในความหมายของแต่ละคนนั้นมันไม่เหมือนกัน บางคนใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อที่จะหาเสพสิ่งบันเทิงให้กับชีวิตไม่ว่าจะเป็นเพลงหนังหรือว่าละครก็แล้วแต่ บางคนใช้เป็นเครื่องมือในการคลายเหงา สำหรับพูดคุยกับเพื่อนในอินเตอร์เน็ตทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ๆที่ไม่เคยที่จะรู้จักกันมาก่อน และสำหรับบางคนมันก็ pageqq  เป็นแหล่งเรียนรู้ราคาถูกที่เราสามารถจะเรียนรู้เรื่องอะไรก็ได้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับเชียวชาญเลยก็ได้เหมือนกัน และที่กำลังเป็นเทรนฮิตอยู่ในปัจจุบันเลยนั้นก็คือ การค้าขายซึ่งเราจะได้ขยายความเรื่องนี้กันในบทความต่อๆไป สำหรับวันนี้นั้นผมอยากจะนำเสนอแง่มุมที่ผมได้พบเจอมาในการใช้งานอินเตอร์เน็ต ปรกติผมก็ใช้โซเชียวเน็ตเวิร์กอย่างเช่น facebook อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว และงานหลักๆของผมในการใช้งาน facebook นั้นก็คือก็บอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ว่าได้ทำอะไรบ้าง ไปที่ไหนบ้าง มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทยยังไหงบ้าง หรือว่าเมื่อไปเจอกับเรื่องราวดีที่เราชอบ เราก็จะแชร์ต่อไปยังหน้า well ในfacebook ของเราเป็นต้น แต่เมื่อไม่นานมานี้ อยู่ดีๆก็มีคน แอดเข้ามาขอเป็นเพื่อนกับผมใน facebook  ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปรกติมาก แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งอื่นๆเพราะว่าคนที่แอดเข้ามานั้นเป็นเด็กผู้หญิง ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับผมเพราะว่าผมก็อายุมากแล้วคนที่แอดเข้ามาส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคนที่มีอายุมากแล้วพอสมควร ผมคลิ๊กเข้าไปเปิดดูโปรไฟล์ของเด็กคนนั้น ทำให้ผมพอที่จะเรียบเรียงได้ว่าเด็กคนนั้นอายุเพียงแค่ ประมาณสิบห้าปีเพราะว่าเขานั้นอยู่ ม.3 แต่รูปภาพที่ปรากฏบนหน้า facebook ของเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เป็น อโคจร การสัก ซึ่งจริงผมก็ได้ได้ต่อต้านการสักนะถ้าสามารถที่จะหาเงินเลี้ยงตัวเองได้แล้วแต่อันนี้ยังอยู่ในวัยเด็กหากว่าวันหนึ่งไปสมัครงานแล้วเขาไม่รับเข้าทำงานเพราะว่ารอยสักก็คงเสียใจไปตลอดชีวิตนะครับ นอกจากจะเจอรอยสักแล้วรูปแต่ละรูปที่โพสขึ้นยัง facebook มีแต่รูปประเภทว่า กินเหล้า ขี่หมอเตอร์ไซต์ หรือทำอะไรอะไรอื่นๆอีกมากมายที่เป็นการใช้ชีวิตไปในทางที่เปล่าประโยชน์ ผมเห็นแล้วผมไม่คิดว่าเด็กๆสมัยนี้จะกล้าที่จะแสดงออกหรือบอกเล่าเรื่องที่ไม่ดีของตัวเองอย่างเปิดเผยให้กับคนอื่นๆได้รับรู้มากมายขนาดนี้ ตอนนี้ผมเริ่มซักเป็นห่วงลูกของผมแล้วว่าเขาจะต้องเจอสภาพสังคมแบบไหนบ้างในอนาคต pageqq